โซดาซ่า ข่าว สาม ม.ดอทคอม

ไทยตั้งเป้าเป็นศูนย์กลางการค้า-ผลิตอัญมณีระดับโลก

พาณิชย์ มั่นใจปี56 สมหวังแน่  พร้อมวางแผนจะเปิดบริการซื้อขายพลอยก้อนย่านใจกลางสีลมต้นปีหน้า  ตั้งเป้าหมายขยายการส่งออกเพิ่มขึ้นร้อยละ 10-15  ปีหน้า

วันนี้​(15 ก.ย.) นางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์  กล่าวในงานบางกอกเจมส์ แอนด์ จิวเวอรี่ แฟร์ ครั้งที่ 44 ว่า ภาครัฐและเอกชนได้ร่วมกันตั้งเป้าหมายว่าในปี 2553 ไทยจะสามารถขึ้นสู่เป้าหมายการเป็นศูนย์กลางการค้าและการผลิตอัญมณ๊และเครื่องประดับของโลกได้ในปี 2556

“ภาครัฐและเอกชนร่วมกันตั้งเป้าหมายดังกล่าว  เห็นได้ว่าล่าสุดภาครัฐได้ประกาศลดภาษีนำเข้าและภาษีมูลค่าเพิ่มให้แก่ วัตถุดิบอัญมณีและพลอย  คาดว่าจะสามารถประกาศได้ภายใน 1 เดือนนี้  หลังจากก่อนหน้านี้ได้มีการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มให้กับทองคำไปแล้วและภาค รัฐยังส่งเสริมให้มีการเจรจากับแหล่งวัตถุดิบทั้งพลอย และเพชร จากทั่วโลก ไม่ว่ามาดากัสกา  เคนยา  โมซัมบิก  ซึ่งจะทำให้ไทยสามารถดำเนินการได้ตามแผน” รมว.พาณิชย์ กล่าว

ด้านนายพรสิทธิ์  ศรีอรทัยกุล ประธานอาวุโสสมาคมผู้ค้าอัญมณีไทยและเครื่องประดับ  กล่าวว่า  7 เดือนแรกปีนี้ประเทศไทยส่งออกได้มูลค่ารวม  1.97 แสนล้านบาท  เติบโตประมาณร้อยละ 25  คาดว่าในปีหน้าจะขยายตัวได้อย่างน้อยร้อยละ 10-15  ซึ่งนับได้ว่าจากการที่ภาครัฐเข้ามาสนับสนุนอย่างเต็มที่ทำให้เกิดความสะดวก และไทยจะสามารถกลายเป็นฮับได้ตามแผน  อย่างไรก็ตาม  สิ่งสำคัญจะต้องมีการร่วมกันประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนืองให้ผู้ค้าและผู้ผลิต วัตถุดิบรับทราบถึงการลดภาษีดังกล่าว

ส่วนนายนวิชัย  อัศรัสกร  นายกสมาคมผู้ค้าอัญมณีไทยและเครื่องประดับ  กล่าวว่า  การส่งออกดังกล่าวในรอบ 7 เดือนที่ผ่านมา แบ่งออกเป็นส่งออกทองที่เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 25 แต่การผลิตอัญมณีกับลดลงประมาณร้อยละ 20  ตามเศรษฐกิจโลก  อย่างไรก็ตาม  ภาพรวมคาดว่าส่งออกปีนี้จะมีมูลคาไม่ต่ำกว่า  3 แสนล้าบาท หรือเพิ่มขึ้นอย่างน้อยร้อยละ  10  หลังจากที่ขณะนี้ส่งออกมีมูลค่ารวม  1.97 แสนล้านบาท  โดยการดำเนินการนับจากนี้จะต้องปรับให้ไทยเป็นศูนย์กลางการค้าและจำหน่าย อัญมณีนอกเหนือจากเป็นฐานผลิต  เพราะไทยจะเสียเปรียบด้านค่าแรงกับอินเดีย  ศรีลังกา  ซึ่งการลดภาษีต่าง ๆ จะสามารถลบรรลุตามแผนได้  โดยยังเหลือภาษีนำเข้าและภาษีมูลค่าเพิ่มในส่วนของเพชรยังไม่มีการปรับลด  หวังว่าในอนาคตรัฐบาลจะมีการลดภาษีส่วนนี้

ทั้งนี้  เพื่อรองรับการเติบโตอุตสาหกรรมการค้าพลอยก้อน  ทางสมาคมวางแผนเปิดจุดบริการซื้อขายพลอยก้อนใจกลางสีลมต้นปี  2553  เพื่อช่วยเหลือพ่อค้าอัญมณีต่างชาติและคนไทยได้รับความคล่องตัวทางการค้า เพิ่มขึ้น จากปัจจุบันงานทูซอนของสหรัฐเป็นผู้นำตลาดการแสดงและจำหน่ายสินค้าพลอยก้อน ของโลก หากเป็นไปได้ทางสมาคมวางเป้าหมายช่วงชิงตำแหน่งผู้นำตลาดสินค้าพลอยก้อนจาก สหรัฐให้มาอยู่ที่งานบางกอกเจมส์ฯ  สำหรับงานบางกอกเจมส์ฯ ครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมงานแสดงกว่า  1,500  ราย  กว่า  35 ประเทศ  คาดว่าจะมีเงินหมุนเวียนการซื้อขายไม่ต่ำกว่า  20,000  ล้านบาท  และนับเป็นการจัดงานที่ยิ่งใหญ่ติด 1  ใน  5  ของโลก  นอกเหนือจากสวิตเซอร์แลนด์  อเมริกา  อิตาลี และฮ่องกง  ซึ่งภายในงานมีไฮไลท์การจัดบูธประชาสัมพันธ์พลอยก้อนนำเข้าที่ได้รับการ ยกเว้นจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มและยังมีการจัดแสดงงานยกทองจากศูนย์ศิลปาชีพ บางไทร   โดยให้ผ้าไหมทอ หรือผ้าทองคำ  รวมทั้งมีการจัดบูธที่รวบรวมจากผู้ค้าเพชรทั่วโลกรวมกันกว่า  100  รายเป็นครั้งแรกอีกด้วย

ที่มา นสพ.ไทยรัฐ